facebook rss feed thai language english language

สุขภาวะครอบครัวไทยปี 55 น่าห่วง ติดสุรา-บ้าหวย-นอกใจ-ความรุนแรงพุ่ง

กรุงเทพฯ
20 มิ.ย.- ผลการศึกษาสถานการณ์สุขภาพครอบครัวไทยปี 2555
จากทั่วประเทศ พบยังน่าห่วง โดยเฉพาะเรื่องการดื่มสุราไม่ลดลง
ขณะที่ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น
ด้านราษฎรอาวุโสแนะหน่วยงานภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์
และมนุษย์กับธรรมชาติ สร้างความเข้มแข็งในครอบครัว
พร้อมก้าวเข้าสู่อาเซียน


ผศ.วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์
อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
เปิดเผยผลสำรวจการศึกษาสถานการณ์สุขภาวะครอบครัวไทย ปี 2555
โดยทำการสอบถามและเก็บข้อมูลจากครอบครัวพื้นที่ต่างๆ ทุกฐานะทุกชนชั้นกว่า 4,000
ครอบครัวทั่วประเทศ ผลการสำรวจที่น่าสนใจ
พบว่าครอบครัวของไทยยังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วงเรื่องการบริโภคหรือเกี่ยวข้องกับอบายมุข
ทั้งสุรา หวยใต้ดิน และการพนัน โดยเรื่องการบริโภคคือ ดื่มสุรา จากผลสำรวจปี 2554 และ 2555
เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ร้อยละ 61.3 และร้อยละ 61
พบว่าครอบครัวไทยมีบุคคลในครอบครัวที่ดื่มสุราเป็นประจำ
ชี้ให้เห็นว่าการดื่มสุราของคนไทยยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง
แม้หลายหน่วยงานพยายามจะรณรงค์หลายรูปแบบ


ส่วนเรื่องการซื้อหวยใต้ดิน
รวมถึงสลากกินแบ่งรัฐบาลและการพนัน ในปี 2554 พบว่ามีการเล่นการพนันเพิ่มมากขึ้น
ในปี 2554 มีร้อยละ 26.7แต่ในปี 2555 ที่ผ่านมา ผลสำรวจเพิ่มเป็นร้อยละ 40.1
ขณะที่หนี้สินการศึกษาครั้งนี้พบว่า
ครอบครัวไทยเริ่มมีการตื่นตัวกับเรื่องการเก็บเงินออมเพิ่มมากขึ้น โดยปี 2554
จากร้อยละ 61.3 ของปีที่ผ่านมา เพิ่มเป็นร้อยละ 81.6
ถือว่าการตื่นตัวมีแนวโน้มที่ดีขึ้น


ด้านความรุนแรงในครอบครัวพบแนวโน้มมีระดับความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้นมีการทุบตีกัน
จากปี 2554 ที่มีผลการสำรวจร้อยละ 13.8
ในปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงกว่าเท่าตัวเป็นร้อยละ30.8 ซึ่งจากการศึกษาครั้งนี้พบว่า
ครอบครัวไทย 1 ใน 3 ใช้ความรุนแรงในครอบครัว
ส่วนการทอดทิ้งผู้สูงอายุให้อยู่ตามลำพัง ในปี 2554 มีผลสำรวจร้อยละ 21.4
แต่ในปีที่ผ่านมาตัวเลขขยับสูงขึ้น โดยเพิ่มเป็นร้อยละ 53.1
ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง
เพราะในสังคมไทยในอนาคตข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ


อีกเรื่องที่น่าสนใจ
คือ ประเด็นการนอกใจคู่สมรส ในปี 2554
พบว่ามีคู่รักในสังคมนอกใจร้อยละ 12.6 แต่ปีที่ผ่านมาขยับเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 33
ผลการสำรวจในครั้งนี้ชี้ให้เห็นภาพรวมทิศทางของครอบครัวไทยว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นครอบครัวที่เปราะบางเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ
มา เนื่องจากพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลาย ทั้งการดื่มสุรา การข้องเกี่ยวกับอบายมุข
มีแนวโน้มตัวเลขเพิ่มมากขึ้น จนเรียกว่ากลายเป็นพฤติกรรมปกติของครอบครัวไทยไปแล้ว
นอกจากนี้
เรื่องของครอบครัวไทยยังเน้นพุ่งเป้าไปที่เรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก
แต่ไม่ใช่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนที่มีรากฐานมาจากการทำงานหนักและอดออม
แต่เป็นลักษณะเศรษฐกิจแบบหยิบฉวยได้ง่าย นั่นคือการสร้างรายได้ด้วยหนี้สิน
เห็นได้ชัดว่าวงจรหนี้สินของคนไทยมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาครอบครัวไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จะต้องอาศัยการจัดการในภาพใหญ่
และเป็นระบบจากหน่วยงานภาครัฐ
แทนที่จะให้ครอบครัวต่อสู้โดยลำพัง


ขณะที่
ศ.นพ.ประเวศ วะสี
ราษฎรอาวุโส กล่าวปาฐกถา เรื่องปัจจัยชี้ขาดอนาคตของไทยและอาเซียน
โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า
ในอนาคตอันใกล้ที่ไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนการสร้างความเข้มแข็งของประเทศจะต้องเริ่มจากครอบครัวเป็นหลักโดยต้องให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวปัจจุบันครอบครัวและสังคมไทยถูกปลูกฝังแนวคิดการชิงดีชิงเด่นในสังคม
นำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
ซึ่งสังคมไทยรวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์
และมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งเมื่อมีการรวมตัวกันแล้ว ประชาคมอาเซียนจะมีประชากรกว่า
600 ล้านคน มากกว่าสหรัฐอเมริกา 2 เท่า ถ้าหากประเทศไทยยังไม่มีการปรับตัวเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งในครอบครัว
ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่เรื่องของการเมืองที่ดี เศรษฐกิจที่ดี ศีลธรรมที่ดี
การรวมตัวกันก็คงจะไม่เกิดประโยชน์มากเท่าใดนัก
.-
สำนักข่าวไทย