facebook rss feed thai language english language

สะท้อนชีวิต "อดีตแม่นักดื่ม"..เมื่อเหล้าคือตัวปัญหา!
เป็นที่ทราบกันดีว่า มัจจุราชสีน้ำผึ้ง หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ สุรา เป็นตัวนำพาซึ่งปัญหา และโรคภัยมาให้มากมาย เห็นได้จากคนจำนวนไม่น้อยที่ติดสุรามักจะถูกหามไปวัดก่อนเวลาอันควร ไม่ว่าจะด้วยโรคหัวใจวาย ตับแข็ง หรือเส้นเลือดในสมองแตก รวมไปถึงอุบัติเหตุต่าง ๆ โดยเฉพาะคนเมาแล้วขับที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย และที่น่าห่วงไปกว่านั้น มีการสำรวจพบว่า หญิงตั้งครรภ์ 1 ใน 3 เคยเป็นนักดื่มมาก่อน และเกินครึ่งที่ไม่รู้ตัวว่าท้อง ส่งผลให้เด็กไทยจำนวนไม่น้อยต้องตกอยู่ในความเสี่ยงของอาการผิดปกติจากการ ดื่มของมารดาขณะตั้งครรภ์


จันจิรา เงินนาค

      
       เช่นเดียวกับลูกชายของ จันจิรา เงินนาค ที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มสุราของมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้เกิดความผิดปกติที่สมอง กลายเป็นเด็กที่มีความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ การสื่อสาร และการแสดงออกทางพฤติกรรม โดยอดีตคุณแม่นักดื่มท่านนี้ เล่าว่า เธอเป็นนักดื่มมาตั้งแต่วัยรุ่น และยังคงดื่มโดยที่ไม่รู้ตัวว่าตั้งท้องได้ 4 เดือน แต่หลังจากรู้ว่าท้อง เธอก็ยังคงดื่มต่อไป เนื่องจากช่วงนั้นทะเลาะกับสามีทุกวัน ประกอบกับมีความเครียดรุมเร้า ทำให้เหล้า และบุหรี่กลายเป็นเพื่อนคลายเครียดที่ช่วยให้ลืมปัญหาต่าง ๆ ได้ดี กระทั่งคลอดลูกชาย และมาเริ่มสังเกตพัฒนาการของลูกที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่น ๆ เช่น เรียกไม่หัน ไม่สบตา และอยู่ไม่นิ่ง จึงพาไปพบแพทย์ ปรากฎว่า ลูกมีภาวะออทิสซึม ซึ่งมีความผิดปกติทางสมอง
       
       "ยอมรับว่าตอนท้องเครียดมาก ทั้งตัวสามี และปัญหาอื่น ๆ ที่รุมเร้าเข้ามา ด้วยความที่เป็นนักดื่มอยู่แล้วก็ยิ่งดื่มหนักเข้าไปอีก ส่วนลูก ก็คิดแค่ว่า คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง จนมารู้ว่าลูกมีความผิดปกติที่สมองก็เพราะว่าผลจากการดื่มเหล้าของเรา ตอนนั้นก็ได้แต่โทษตัวเอง เพราะสงสารลูก กลัวลูกจะอยู่ลำบาก จากวันนั้นก็ได้แต่สัญญาว่า แม่คนนี้จะค่อย ๆ เลิกดื่มเหล้า จนตอนนี้เลิกมาได้ 3 ปีแล้ว เพราะเราอยากเลี้ยงเขาให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีแม่ไม่ติดเหล้า และบุหรี่" อดีตคุณแม่นักดื่มเผย และฝากว่า สุราไม่ได้ช่วยแก้ปัญหามีแต่จะสร้างปัญหาให้กับตัวเอง และคนที่เรารัก
       
       ปัจจุบันลูกชายอายุ 5 ขวบ และได้ทำการบำบัดรักษากับแพทย์ในตัวจ.เชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้เริ่มช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแล้ว เช่น เข้าห้องน้ำเองได้ มีพัฒนาการทางภาษาที่ค่อย ๆ ดีขึ้น ซึ่งการเลี้ยงลูกที่เป็นเด็กพิเศษนั้น เธอบอกว่า ถึงเหนื่อยแต่ก็ต้องอดทน เพื่อช่วยให้ลูกสามารถดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข และอยู่ร่วมกับเด็กปกติทั่วๆ ไปในสังคมได้
       
       "เราจะบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ที่ลูกเป็นแบบนี้ก็เพราะเรา ดังนั้น เราต้องเลี้ยง และดูแลเขาให้ดีที่สุด เหนื่อยก็ต้องอดทนค่ะ" เธอเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

       ทั้งนี้ ได้มีข้อมูลทางการแพทย์อธิบายเพิ่มเติมถึงผลกระทบจากการดื่มสุราของมารดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปฏิสนธิหรือในช่วง 3 เดือนแรกว่า อาจก่อให้เกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า Fetal Alcohol Spectrum Disorder (FASD) ซึ่งมีอาการแสดงได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์จนไปถึงเมื่อเจริญเติบโตเป็น ผู้ใหญ่ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่แม่ดื่มเข้าไป โดยลักษณะอาการขั้นรุนแรงจะเรียกว่า Fetal alcohol syndrome (FAS) ซึ่งมีลักษณะทางร่างกายที่ผิดปกติ คือ ช่องตาสั้น ร่องริมฝีปากบนเรียบ ริมฝีปากบนยาวและบาง หนังคลุมหัวตามาก จมูกแบน ปลายจมูดเชิดขึ้น
       
       ส่วนกลางใบหน้าจะมีการพัฒนาน้อยกว่าปกติ และที่สำคัญที่สุดคือ เกิดการทำลายของเซลล์ประสาท ส่งผลให้มีการเจริญเติบโตบกพร่อง น้ำหนักแรกเกิดน้อย และมีอัตราการเจริญเติบโตน้อย ศีรษะเล็ก เกิดความผิดปกติของโครงสร้างสมอง เช่น ไม่มีสมองใหญ่ สมองใหญ่มีร่องผิดปกติ เยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองเลื่อน ด้านพัฒนาการของสติปัญญาก็มีความบกพร่อง มีปัญหาด้านความจำ การเคลื่อนไหวผิดปกติ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตเวชด้วย เช่น ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมอันธพาล และมีปัญหาพฤติกรรมอื่น ๆ เช่น อาการซุกซนไม่อยู่นิ่ง และสมาธิสั้น
       
       นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยพบด้วยว่า ถ้าแม่ดื่มเป็นประจำขณะตั้งครรภ์ จะส่งผลให้ลูกมีโอกาสติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคตได้มากกว่าเด็กธรรมดา ถึง 4 เท่า อธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ คือ ถ้าแม่ไม่ดื่ม โอกาสที่ลูกจะเติบโตเป็นนักดื่มมีเพียง ร้อยละ 2.8 แต่ถ้าแม่ดื่ม ลูกในครรภ์ที่เกิดมาจะติดเหล้าถึงร้อยละ 10.3
       
       *** พิษเหล้า..ทำลายชีวิต


สุภา ยังน้อย

       
       ด้าน สุภา ยังน้อย อีก หนึ่งคุณแม่นักดื่ม สะท้อนชีวิตเมื่อครั้งที่ตกเป็นทาสน้ำเมาว่า ก่อนหน้านี้ประชดชีวิตด้วยการดื่มเหล้าจนติด เพราะสามีทิ้งให้แบกรับปัญหาครอบครัวเพียงลำพัง เวลาเมากลับมาก็จะทุบตี ส่วนลูกชายก็ติดสุรา สร้างหนี้สินให้ชดใช้ ทำให้เกิดความเครียดและหาทางออกด้วยการดื่มสุราเรื่อยมา เสียเงินไม่เท่ากับค่าเหล้าจำนวนมาก ส่วนตัวดื่มมาประมาณ 5 ปี จึงมาพบว่า ตัวเองเป็นโรคเครียด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และเหน็บชา ซึ่งเคยคิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาอยู่หลายครั้ง ทว่าโชคดีมีผู้หวังดีชวนให้เข้าร่วมโครงการลดละเลิกเหล้า ทำให้มีกำลังใจสู้ขึ้นมา และเลิกดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด จากนั้นเธอ และสามีก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมค่ายครอบครัว ไม่นานสามีก็เลิกเหล้าได้ แต่ด้วยพิษสุราเรื้อรัง เป็นเหตุให้สามีค่อย ๆ ทรุดลง และเสียชีวิตด้วยภาวะเส้นเลือดในสมองแตกในที่สุด
       
       "ที่ผ่านมารู้ดีว่าเหล้ามีผลกระทบกับ เราอย่างไรบ้าง อยากฝากเป็นอุทาหรณ์ไปถึงผู้หญิง หรือใครที่กำลังคิดจะใช้เหล้าเพื่อช่วยให้ลืมปัญหา อยากให้คิดให้ดี เพราะผลที่ตามมา คือ การติดเหล้า ครอบครัวไม่มีความสุข ทะเลาะวิวาท ถูกโรครุมเร้า และมีหนี้สินตามมามากมาย" คุณแม่ท่านนี้ทิ้งท้าย
       
       รู้ถึงผลเสียของสุรายาเมาแบบนี้แล้ว เรามาเบรกปัญหา เซฟความปลอดภัยให้ครอบครัว และลูกกันดีกว่าครับ